อั้นฉี่บ่อยอันตรายแค่ไหน เปิดกลไกและกลั้นปัสสาวะ ผลเสีย 3 โรคใกล้ตัว ทั้งกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นิ่ว กรวยไตอักเสบ พร้อมวิธีดูแล

อั้นฉี่ กลั้นปัสสาวะอันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

25 กุมภาพันธ์ 2568
แชร์

สำหรับท่านไหนที่ชอบอั้นหรือกลั้นปัสสาวะเอาไว้นานๆ กลั้นบ่อยๆ หรือปวดปัสสาวะแต่ไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ ต้องทนปวดหรือฝืนกลั้นไปก่อน เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย รู้ไหมคะว่าหากทำพฤติกรรมนี้บ่อยๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ในอนาคต ด้วยความหวังดี #Certainty จะพาไปทุกคนไปดูกันว่า ส่งผลเสียอะไรได้บ้าง พร้อมวิธีดูแลระบบทางเดินปัสสาวะกันค่ะ

ผลเสียของการกลั้นปัสสาวะ ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น…

สรุปสั้น ๆ การอั้นฉี่หรือกลั้นปัสสาวะ ผลเสียหลักคือเปิดทางให้เชื้อโรคและตะกอนสะสมในทางเดินปัสสาวะ จนเสี่ยง 3 โรคนี้

1. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

การอั้นหรือกลั้นปัสสาวะนานๆ ส่งผลให้แบคทีเรียเข้าไปสู่ท่อปัสสาวะ อาจทำให้เกิดอาการปวดบริเวณท้องน้อย ปวดแสบขัดขณะปัสสาวะ, ปัสสาวะกระปริดกระปรอย, ปัสสาวะบ่อย แต่ครั้งละน้อยๆ มีอาการคล้ายปัสสาวะไม่สุด และปัสสาวะขุ่น บางครั้งมีกลิ่นที่ผิดปกติ

2. โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

หากกลั้นปัสสาวะนานๆ แคลเซียมจะตกผลึกและเกาะตัวกันเป็นก้อนนิ่ว อาจส่งผลให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก, ปัสสาวะมีเลือดปน , ปัสสาวะขุ่น ขัด ,ปวดบั้นเอว ,ปวดท้องเฉียบพลันอย่างรุนแรง, คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ เป็นต้น

3. กรวยไตอักเสบ

เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จะมีอาการไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น อาเจียน มีอาการปวดบริเวณสีข้างหรือบั้นเอวขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยจะปวดมากข้างใดข้างหนึ่ง ปัสสาวะบ่อย รู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา ปัสสาวะมีสีขุ่น มีกลิ่นเหม็น

สอดคล้องกับข้อมูลของ Rama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่เตือนว่าการกลั้นปัสสาวะเป็นประจำเป็นปัจจัยสำคัญของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ท่อปัสสาวะสั้นกว่า เชื้อจึงเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่าผู้ชาย

การดูแลอวัยวะระบบทางเดินปัสสาวะ ทำอย่างไร?

รวมวิธีดูแลระบบทางเดินปัสสาวะ ให้แข็งแรง ที่ทำตามได้ทุกวัน

เพราะการกลั้นหรืออั้นปัสสาวะนั้นส่งผลเสียสุขภาพมากมาย ดังนั้นต้องอย่าชะล่าใจและควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเข้าห้องน้ำกันด้วยนะคะ

หากท่านไหนต้องเดินทางหรือไม่อยากกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ควรเตรียมความพร้อมด้วยการใส่ตัวช่วยอย่าง ‘กางเกงซึมซับ’เซอร์เทนตี้ ที่สวมง่าย ใส่สบาย ใส่ได้ทุกวัน สัมผัสนุ่ม และซึมซับปัสสาวะได้ดี แห้งสบาย แค่นี้คุณก็สามารถเดินทางหรือออกจากบ้านได้อย่างคลายกังวลแล้วล่ะค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: อั้นฉี่บ่อย อันตรายไหม เสี่ยงโรคอะไรบ้าง?

A: อันตรายจริง เพราะปัสสาวะที่ค้างนานเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและตะกอนแคลเซียม เพิ่มความเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ และรุนแรงสุดคือกรวยไตอักเสบที่ต้องรักษาในโรงพยาบาล

Q: กลั้นปัสสาวะได้นานแค่ไหนถึงยังปลอดภัย?

A: ข้อมูลจากศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ระบุว่ากระเพาะปัสสาวะจุได้ราว 300-500 มิลลิลิตร และเริ่มรู้สึกปวดตั้งแต่มีปัสสาวะประมาณ 150 มิลลิลิตร จึงไม่มีตัวเลขที่กลั้นได้อย่างปลอดภัยตายตัว หลักที่ถูกคือปวดแล้วควรไปเข้าห้องน้ำโดยเร็ว ไม่ฝืนอั้นเกินความจำเป็น

Q: กลั้นปัสสาวะ ผลเสียระยะยาวคืออะไร?

A: นอกจาก 3 โรคข้างต้น การอั้นเป็นนิสัยนานหลายปีอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะยืดขยายและกล้ามเนื้ออ่อนแรงลง จนปัสสาวะไม่สุด มีปัสสาวะตกค้าง เสี่ยงติดเชื้อซ้ำซาก และในรายรุนแรงอาจกระทบการทำงานของไตในระยะยาว

Q: อั้นฉี่แล้วปวดท้องน้อย แสบขัดตอนปัสสาวะ ควรทำอย่างไร?

A: ให้ดื่มน้ำมากขึ้นทันทีเพื่อช่วยขับเชื้อ งดกลั้นปัสสาวะซ้ำ และสังเกตอาการ หากไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หรือมีไข้ ปัสสาวะขุ่น มีเลือดปน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะและรับยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม ไม่ควรซื้อยากินเองซ้ำ ๆ

Q: ปวดฉี่กลางดึก ควรอั้นต่อจนเช้าหรือลุกไปเข้าห้องน้ำ?

A: ควรลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่ควรฝืนอั้นจนเช้า โดยเปิดไฟทางเดินให้สว่างกันหกล้ม และลดน้ำช่วง 1-2 ชั่วโมงก่อนนอนตามคำแนะนำในบทความ ส่วนผู้สูงวัยที่ลุกลำบากหรือกลัวไปไม่ทัน สามารถใช้กางเกงซึมซับหรือแผ่นรองซับช่วยให้นอนหลับต่อเนื่องได้อย่างสบายใจ

Q: ขมิบอุ้งเชิงกรานที่ถูกต้อง ทำอย่างไร?

A: ฝึกท่าขมิบอุ้งเชิงกราน เสริมกล้ามเนื้อกลั้นปัสสาวะ โดยขมิบเหมือนพยายามกลั้นฉี่ ค้างไว้ 5-10 วินาทีแล้วคลาย ทำครั้งละ 10 รอบ วันละ 3 เวลา ทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งท่านั่ง ยืน หรือนอน ฝึกสม่ำเสมอ 2-3 เดือนจะเห็นผลชัดเจน

ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลนวมินทร์ 9, Rama Channel, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, โรงพยาบาลเพชรเวช