




อาการมีเลือดออกพร้อมปัสสาวะ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ ดังนี้
- มีเลือดสีแดงสดในขณะเริ่มปัสสาวะ จะสัมพันธ์กับการมีท่อปัสสาวะฉีกขาดจากอุบัติเหตุต่างๆ หรือจากการติดเชื้อรุนแรงของท่อปัสสาวะ
- มีเลือดแดงสดออกในช่วงท้ายของการปัสสาวะ มักเกิดจากการอักเสบที่กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก
- มีเลือดออกตลอดการปัสสาวะ มักเกิดจากนิ่ว มะเร็ง หรือการติดเชื้ออื่นๆ
ทั้งนี้หากมีอาการดังกล่าวติดต่อกันหลายวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้งค่ะ
ที่มา :
- บทความเรื่อง ภาวะปัสสาวะเป็นเลือด จาก สมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ http://www.tuanet.org/index.php?option=com_content&view=article&id=73&Itemid=136
- บทความเรื่อง การตรวจรักษาอาการ “เลือดออก” (8) ปัสสาวะเป็นเลือด ของ ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 173 กันยายน 2536 https://www.doctor.or.th/article/detail/3733
โดยปกติปัสสาวะของคนเราจะไม่มีฟอง แต่สำหรับใครที่ปัสสาวะลงชักโครกแล้วเหลือบไปเห็นว่าน้ำปัสสาวะมีฟองขาว ๆ ฟูขึ้นมาคล้ายฟองเบียร์หรือฟองสบู่ เหตุการณ์นี้อาจทำให้เกิดความกังวลใจว่าระบบภายในร่างกายกำลังมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ ฟองที่เห็นเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่างโรคไตหรือโรคเบาหวานหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ บทความนี้ Certainty จะชวนไปทำความเข้าใจว่าทำไมฉี่เป็นฟอง และฉี่เป็นฟองแบบไหนอันตรายและต้องระวัง
ก่อนที่จะเชื่อว่าร่างกายกำลังป่วย เราจำเป็นต้องมาทำความรู้จักกับกลไกทางกายภาพของระบบปัสสาวะก่อน เพื่อให้แยกแยะความแตกต่างระหว่างอาการปกติและความผิดปกติได้อย่างถูกต้อง
ฉี่เป็นฟองคือ การที่อากาศเข้าไปแทรกตัวอยู่ในของเหลวขณะที่ปัสสาวะ โดยปกติแล้วในน้ำปัสสาวะของคนเราจะมีสารลดแรงตึงผิวปนออกมาเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดฟองขึ้นได้ชั่วคราวตอนที่ปัสสาวะ แต่ฟองเหล่านั้นมักจะสลายตัวไปเองอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที หากปัสสาวะมีฟองหนาแน่น ปริมาณมาก และคงตัวอยู่นานไม่ยอมยุบตัวลง นั่นแสดงว่าในน้ำปัสสาวะมีความเข้มข้นของสารลดแรงตึงผิวสูงเกินกว่าปกติ
การที่ปัสสาวะมีสารลดแรงตึงผิวเพิ่มขึ้นจนเกิดฟอง เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งทางพฤติกรรมและปัญหาสุขภาพ ดังนี้
ภาวะขาดน้ำ เมื่อเราดื่มน้ำน้อยเกินไปในแต่ละวัน หรือร่างกายสูญเสียของเหลวจากกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกาย ส่งผลให้น้ำปัสสาวะมีความเข้มข้นของสารละลายและของเสียสูง แรงตึงผิวจึงเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดฟองได้ง่ายและปัสสาวะมักมีสีเหลืองเข้ม
ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ เกิดจากหน่วยกรองของไตได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถกักเก็บโปรตีนไว้ในกระแสเลือดได้ โปรตีนจึงหลุดรอดปนออกมากับปัสสาวะ ซึ่งโปรตีนนี้มีคุณสมบัติเป็นสารลดแรงตึงผิวที่ทำให้เกิดฟองหนานุ่มและไม่ยุบตัว
ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ ผู้ชายที่ฉี่เป็นฟองอาจเกิดจากภาวะหลั่งอสุจิย้อนทาง คือน้ำอสุจิไหลย้อนกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะแทนที่จะหลั่งออกภายนอก เนื่องจากในน้ำอสุจิมีสารประกอบโปรตีนและเอนไซม์จำนวนมาก จึงทำให้ปัสสาวะกลายเป็นฟองได้เช่นกัน
โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานจนไตไม่สามารถกรองน้ำตาลกลูโคสส่วนเกินได้หมด น้ำตาลและสารโปรตีนจึงรั่วไหลออกมาในปัสสาวะ
พฤติกรรมการบริโภคและวิถีชีวิต การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ในปริมาณที่สูงมากเกินไปในหนึ่งมื้อ ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ หรือการได้รับสารบางชนิด เช่น คาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

สำหรับใครที่มีความกังวลว่าฉี่เป็นฟองแบบไหนอันตราย เสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงเพียงใด เราสามารถพิจารณาได้จากลักษณะของฟองและอาการข้างเคียงทางร่างกายที่เกิดขึ้นร่วมกัน ลักษณะของฟองที่ควรระวังคือ ฟองปัสสาวะมีลักษณะเป็นสีขาวหนานุ่ม ปริมาณฟองฟูขึ้นมาเต็มโถชักโครก และที่สำคัญคือเมื่อเราทำธุระเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายนาที หรือพยายามกดน้ำล้างแล้ว ฟองเหล่านั้นก็ยังคงตัวแน่นหนา ไม่ยุบหายไปง่าย ๆ แถมอาการฉี่เป็นฟองนี้ยังเกิดขึ้นติดต่อกันทุกครั้งที่ปัสสาวะเป็นเวลาหลายวัน โดยไม่ได้ลดลงเลยแม้ว่าเราจะพยายามดื่มน้ำเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม เมื่อระบบกรองของเสียของไตเริ่มทำงานล้มเหลว มักจะมีอาการทางร่างกายอื่น ๆ แสดงออกมาควบคู่กัน เช่น มีอาการบวมน้ำบริเวณหลังเท้า ขา ข้อเท้า หรือมีอาการตาบวมในตอนเช้า รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่ายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร คันตามผิวหนัง สีของปัสสาวะมีความขุ่นข้นหรือมีเลือดปน รวมถึงพฤติกรรมการปัสสาวะที่เปลี่ยนไป เช่น ปัสสาวะบ่อยขึ้นในตอนกลางคืน การแยกแยะอาการด้วยตนเองในเบื้องต้น จะช่วยลดความตื่นตระหนก และเป็นข้อมูลสำคัญในการสื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์เมื่อเราตัดสินใจไปโรงพยาบาล เราสามารถทำการทดสอบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการสังเกตคราบน้ำยาทำความสะอาดในโถสุขภัณฑ์ก่อน หากมั่นใจว่าไม่มีสารเคมีตกค้าง ให้ลองสังเกตสีและปริมาณฟอง หลังจากนั้นให้ลองปรับพฤติกรรมด้วยการดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น เพื่อเจือจางความเข้มข้น หากปัสสาวะกลับมาใสสะอาดและฟองลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าเกิดจากภาวะขาดน้ำปกติ แต่ถ้าดื่มน้ำแล้วฟองยังคงหนาแน่นอยู่ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเกิดจากภาวะโปรตีนรั่ว ส่วนบ้านที่ดูแลผู้สูงอายุซึ่งใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เป็นประจำ การสังเกตฟองจากผ้าอ้อมโดยตรงทำได้ยาก อาจให้ท่านปัสสาวะลงโถสุขภัณฑ์หรือภาชนะสะอาดเป็นครั้งคราวเพื่อเช็กลักษณะฟองแทน เมื่อมาพบแพทย์ กระบวนการวินิจฉัยจะเริ่มต้นตามลำดับ ดังนี้ ซักประวัติสุขภาพ ในขั้นตอนนี้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่ามีโรคประจำตัว หรือใช้ยาและอาหารเสริมอะไรอยู่บ้าง แพทย์จะทำการตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อวิเคราะห์หาสารประกอบอย่างโปรตีน อัลบูมิน หรือระดับน้ำตาลกลูโคส ตรวจเลือดเพื่อดูค่าสารของเสียในร่างกาย เช่น ครีเอตินิน (Creatinine) และอัตราการกรองของไต (eGFR) ในกรณีที่สงสัยความผิดปกติรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาทำอัลตราซาวนด์หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพิ่มเติมเพื่อดูโครงสร้างของไตฉี่เป็นฟองแบบไหนอันตราย?
ลักษณะฟองที่ควรระวังเป็นอย่างไร?
อาการร่วมที่เป็นสัญญาณอันตรายมีอะไรบ้าง?
สังเกตตัวเองและการวินิจฉัยเมื่อฉี่เป็นฟอง
วิธีสังเกตตัวเองเบื้องต้น
การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เป็นอย่างไร?

การจัดการกับปัญหาปัสสาวะเป็นฟอง จำเป็นต้องผสานกันระหว่างการรักษาทางการแพทย์เฉพาะทางและการปรับปรุงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นหลัก หากเกิดจากโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง แพทย์จะจ่ายยาควบคุมระดับน้ำตาลและยาลดความดันโลหิตในกลุ่มที่ช่วยลดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ เช่น กลุ่ม ACE inhibitors หรือ ARBs ซึ่งเราต้องรับประทานยาอย่างเคร่งครัดและตรวจติดตามผลตามนัด แต่หากเกิดจากภาวะขาดน้ำ วิธีรักษาคือดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เราสามารถป้องกันความเสี่ยงและถนอมการทำงานของไตได้โดยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยเริ่มปรับการรับประทานโดยหันมารับประทานอาหารรสจืด โซเดียมต่ำ เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนัก หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์หรืออาหารเสริมโปรตีนที่สูงเกินความต้องการของร่างกาย ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว ออกกำลังกายอย่างพอดีไม่หักโหมจนกล้ามเนื้อฉีกขาด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และที่สำคัญที่สุดคือการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเช็กฟังก์ชันการทำงานของไตอยู่เสมอ อาการฉี่เป็นฟองเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การดื่มน้ำน้อยไป จนถึงปัญหาสุขภาพเรื้อรังอย่างโรคไต การหมั่นสังเกตลักษณะฟองปัสสาวะและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ จะช่วยให้เราจำแนกได้ว่าฉี่เป็นฟองแบบไหนอันตราย และควรไปพบแพทย์เมื่อใด การรู้เท่าทันและรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยปกป้องระบบคัดกรองของเสียของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข็งแรง ส่วนบ้านที่ดูแลผู้สูงอายุซึ่งใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ Certainty อยู่แล้ว การหมั่นสังเกตสี กลิ่น และลักษณะปัสสาวะทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ก็เป็นอีกวิธีเช็กสุขภาพไตง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวัน A: หากร่างกายและไตสมบูรณ์ดี การเกิดฟองชั่วคราวจากการกินโปรตีนสูงไม่ใช่อันตรายร้ายแรง เนื่องจากเป็นเพียงการขับโปรตีนส่วนเกินออกมาร่างกาย อย่างไรก็ตามการบริโภคโปรตีนที่มากเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะบีบให้ไตต้องทำงานหนักในการขับของเสียออก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสื่อมของไตในอนาคตได้ จึงควรปรับสัดส่วนการกินให้พอดีกับน้ำหนักตัวและกิจกรรมที่ทำ A: ฟองปัสสาวะที่เกิดจากการติดเชื้อหรืออาการอักเสบมักจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปเองหลังจากที่ได้รับยาปฏิชีวนะจากแพทย์ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันในการที่ระบบทางเดินปัสสาวะจะฟื้นฟูกลับเข้าสู่สภาวะปกติและไม่มีสารคัดหลั่งหรือโปรตีนจากการอักเสบมารบกวนแรงตึงผิวของน้ำปัสสาวะอีก A: ในขณะตั้งครรภ์ อัตราการกรองของไตจะทำงานหนักขึ้น เพื่อขับของเสียทั้งจากแม่และทารก อีกทั้งยังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ซึ่งอาจทำให้มีโปรตีนหลุดรอดออกมาจนเกิดฟองได้ หากฟองปัสสาวะมีปริมาณมากและคงตัวนาน ร่วมกับมีอาการขาบวม หน้าบวม หรือความดันโลหิตสูงขึ้น เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งต้องรีบแจ้งแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ทันที A: มีส่วนได้ โดยเฉพาะการรับประทานยาแก้ปวดในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน หรือยาแก้ปวดข้อบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานานหรือในปริมาณที่สูงเกินไป ยาในกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงโดยตรงที่อาจทำให้เกิดภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ส่งผลให้ระบบกรองของเสียทำงานบกพร่องและมีโปรตีนรั่วออกมาจนปัสสาวะเป็นฟอง A: ความเครียดและการอดนอนจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราวและทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายรวมถึงหลอดเลือดที่ไตเกิดการหดตัว เมื่อแรงดันในหน่วยกรองไตสูงขึ้นชั่วคราว จึงอาจมีโปรตีนบางส่วนหลุดรอดปนออกมาในน้ำปัสสาวะจนเกิดฟองขึ้นได้นั่นเอง Source: praram9.com, my.clevelandclinic.org, hdmall.co.th, rama.mahidol.ac.thวิธีดูแลและป้องกันฉี่เป็นฟอง
ดูแลและรักษาตามสาเหตุ
ป้องกันด้วยการดูแลตัวเองและตรวจสุขภาพ
คำถามที่พบบ่อย
Q: กินเวย์โปรตีนแล้วฉี่เป็นฟองอันตรายต่อไตในระยะยาวไหม?
Q: หากตรวจพบว่าปัสสาวะเป็นฟองจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI) ฟองจะหายไปเมื่อไหร่หลังรักษา?
Q: การมีฟองในปัสสาวะของผู้หญิงตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่
Q: ยาแก้ปวดหรือยาสามัญประจำบ้านทั่วไป มีส่วนทำให้เกิดอาการปัสสาวะเป็นฟองได้หรือไม่?
Q: ทำไมการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือมีความเครียดสูง จึงทำให้ปัสสาวะมีฟอง?
อาการข้างต้นอาจเป็นสัญญาณของโรคไตค่ะ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คอาการอย่างละเอียดโดยเร็วที่สุด
ที่มา :
- บทความเรื่อง โรคไต การป้องกันและการรักษา ของ ศจ.พญ.ลีนา องอาจยุทธ สาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช http://www.vibhavadi.com/mediapop.php?id=147
- บทความเรื่อง “โรคไต” ใครว่าไกลตัวเด็ก ของ อ.พญ. ธนพร ไชยภักดิ์ สาขาวิชาโรคไต ภ.กุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl//articledetail.asp?id=954,