




แม้ผู้ดูแลแต่ละคนจะมีชีวิตต่างกัน แต่มีปัจจัยบางประการที่อาจทำให้เครียดสะสม จนเพิ่มโอกาสเกิดภาวะหมดไฟได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ผู้สูงวัยช่วยเหลือตนเองได้น้อย หรือมีโรคที่ต้องดูแลใกล้ชิด
ผู้ดูแลมีปัญหาสุขภาพของตนเอง
ขาดคนช่วยแบ่งเบาภาระ
มีหน้าที่อื่นๆ ซ้อนทับ เช่น งานประจำ งานบ้าน หรือภาระค่าใช้จ่าย
สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟในผู้ดูแลสูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่
เหนื่อยล้า พักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น
นอนผิดปกติ ปวดศีรษะหรือปวดหลังบ่อย
เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักเปลี่ยนเร็ว
เครียด วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย
รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียว
ไม่มีเวลาให้ตัวเอง หรือไม่มีสมาธิ
แนวทางรับมือภาวะหมดไฟในผู้ดูแลผู้สูงอายุ
เมื่อรู้เท่าทันสัญญาณแล้ว ขั้นต่อไปคือการดูแลและป้องกันไม่ให้ความเครียดสะสมจนเกินรับไหว หัวใจหลักคือการดูแลตัวเองให้พร้อมก่อนเสมอ เช่น
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคหรือภาวะของผู้สูงวัย เพื่อลดความกังวล
พักผ่อนให้เพียงพอ และมีวันหยุดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน
เปิดใจพูดคุย ระบายความรู้สึกกับครอบครัวหรือคนใกล้ชิด
แบ่งหน้าที่ในบ้าน ไม่รับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง
หาเวลาทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย เพื่อเติมพลังใจ
ขอส่งกำลังใจให้กับ “ผู้ดูแล” ทุกท่านนะคะ ดูแลคนที่รักแล้วอย่าลืมดูแลกายใจตัวเองด้วย ส่วนเรื่องสุขภาพการขับถ่าย หากท่านไหนที่มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะเล็ด ไหลซึม กลั้นไม่ได้ กลั้นไม่อยู่ ควรใส่ตัวช่วยอย่าง ‘กางเกงซึมซับ’ ที่ซึมซับปัสสาวะได้ดี สวมง่าย ใส่สบาย ใส่ได้ทุกวัน แค่นี้คุณก็สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคยแล้วค่ะ

