




เวลาปัสสาวะหลาย ๆ คนอาจจะไม่ทันได้สังเกต หรือมองข้ามไป แต่ทราบหรือไม่ว่าสีปัสสาวะบอกโรคได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงของสีและลักษณะปัสสาวะ คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งออกมาเพื่อสื่อสารว่ากำลังเกิดความผิดปกติภายใน ตั้งแต่ภาวะขาดน้ำธรรมดาไปจนถึงโรคร้ายแรงที่ต้องรีบรักษา การใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยนี้จึงไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่เป็นวิธีดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เราสามารถรับมือและจัดการกับปัญหาสุขภาพได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่โรคจะลุกลามอันตรายขึ้น
เราสามารถใช้ปัสสาวะเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพเบื้องต้นได้ เพราะปัสสาวะประกอบไปด้วยของเสียและน้ำที่ร่างกายกรองออกมาจากเลือด หากระบบภายในทำงานผิดปกติ ส่วนประกอบเหล่านี้จะเปลี่ยนไป ทั้งในแง่ของสี กลิ่น หรือความขุ่นใส ซึ่งล้วนมีความหมายต่อระบบอวัยวะภายในของเรา
สีของปัสสาวะเกิดจากสารที่เรียกว่า ยูโรโครม (Urochrome) ซึ่งเป็นสารสีเหลืองที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงในร่างกาย โดยสีที่เปลี่ยนไปสามารถบอกความเข้มข้นของน้ำในร่างกาย สารอาหารที่รับประทาน รวมถึงการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น ไต ตับ และระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เราประเมินสถานะสุขภาพในขณะนั้นได้ทันที

การสังเกตสีปัสสาวะบอกโรคทั้ง 10 สีนี้จะช่วยให้เราเข้าใจสภาวะร่างกายได้ดียิ่งขึ้น สีใส ดื่มน้ำมากเกินไปจนร่างกายเสียสมดุลเกลือแร่ หรืออาจเป็นผลจากโรคเบาหวาน สีเหลืองอ่อน สุขภาพดีปกติ ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ สีเหลืองเข้ม ร่างกายขาดน้ำเล็กน้อย ควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้น สีเหลืองนีออน เกิดจากการรับประทานวิตามินบีรวมหรืออาหารเสริมมากเกินไป ทำให้ร่างกายขับออกปกติ สีส้ม ร่างกายขาดน้ำรุนแรง หรืออาจมีปัญหาเกี่ยวกับตับและถุงน้ำดี สีแดงหรือชมพู มีเลือดปน อาจเกิดจากนิ่ว การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ สีน้ำตาลเข้ม สัญญาณเตือนของโรคตับ โรคกล้ามเนื้อสลายตัว หรือภาวะขาดน้ำขั้นรุนแรง สีขาวขุ่น มีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือมีหนองและโปรตีนปนออกมา สีเขียว เกิดจากยาบางชนิด การติดเชื้อแบคทีเรียบางประเภท หรือการทานอาหารที่มีสีผสม สีม่วงหรือน้ำเงิน พบได้น้อยมาก มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิดหรือการติดเชื้อที่รุนแรง หากพบสีปัสสาวะที่ผิดปกติไปจากเดิมอย่างต่อเนื่อง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น แสบขัดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ มีไข้ หรือปวดหลังและปวดท้องรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ทันที เพราะสีเหลืองเข้มอาจไม่ใช่แค่การขาดน้ำเสมอไป หากพ่วงด้วยอาการอื่น ๆ แสดงว่าระบบภายในอาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ สีที่ถือเป็นระดับอันตรายคือสีแดง สีน้ำตาลเข้ม หรือสีขุ่นขาว เพราะมักบ่งบอกถึงการมีเลือด ปริมาณเม็ดเลือดขาว หรือการทำงานของตับที่ผิดปกติ หากดื่มน้ำเพิ่มขึ้นแล้วสีเหล่านี้ยังไม่จางลง ห้ามรอช้า ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหรือปัสสาวะอย่างละเอียดเพื่อหาต้นตอของโรครวมสีปัสสาวะบอกโรค 10 สี ที่ควรสังเกต
สีปัสสาวะแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?
สัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้าง?

หลายคนมักสงสัยว่าปัสสาวะสีเหลืองเข้มเกิดจากอะไรซึ่งโดยทั่วไปมักมาจากปริมาณน้ำที่ดื่มไม่เพียงพอ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูร่างกายได้ด้วยตัวเอง เมื่อปัสสาวะสีเข้ม สิ่งแรกที่ควรทำคือการเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยให้ไตทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดความเข้มข้นของสารยูโรโครม นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือน้ำหวานจัด เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าเดิม ควรเน้นรับประทานผักผลไม้ที่มีน้ำสูง และหากสังเกตว่าสีปัสสาวะบอกโรคยังคงไม่กลับมาเป็นปกติหลังจากปรับพฤติกรรม 2-3 วัน ควรปรึกษาแพทย์ทันที สำหรับบ้านที่ดูแลผู้สูงอายุซึ่งใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ Certainty เป็นประจำ สามารถสังเกตสีปัสสาวะได้ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือให้ท่านปัสสาวะลงโถเป็นครั้งคราวเพื่อเช็กสีที่ชัดเจนขึ้น สุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจตั้งแต่สิ่งขับถ่าย การหมั่นสังเกตสีและลักษณะปัสสาวะทุกวัน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทราบว่าปัสสาวะสีเหลืองเข้มเกิดจากอะไร แต่ยังเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้เรารู้ทันสัญญาณเตือนก่อนโรคร้ายจะลุกลาม การดูแลตัวเองง่าย ๆ เริ่มต้นจากการดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เหมาะสม และไม่ละเลยทุกความเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายสื่อสารออกมา รวมถึงสีปัสสาวะที่เห็นได้ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำหรือตอนเปลี่ยนผ้าอ้อมนั่นเอง A: ปัสสาวะสีที่ผิดปกติคือ สีแดง สีน้ำตาลเข้ม สีขุ่นขาว หรือสีเขียว/น้ำเงิน ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อ นิ่ว โรคไต หรือปัญหาระบบตับที่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ A: คือปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นฟอง (โปรตีนรั่ว) ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน และปัสสาวะมีปริมาณน้อยลงหรือสีเข้มผิดปกติแม้จะดื่มน้ำมากแล้ว A: ผู้ที่ป่วยเบาหวานปัสสาวะมักมีสีใสเกือบตลอดเวลา เนื่องจากร่างกายพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกผ่านปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยและใสกว่าปกติแม้ไม่ได้ดื่มน้ำปริมาณมาก A: ตับอักเสบมักทำให้ปัสสาวะมีสีส้มเข้มหรือสีน้ำตาลเหมือนสีน้ำชา เนื่องจากมีการสะสมของสารบิลิรูบินในเลือดและถูกขับออกมาทางปัสสาวะนั่นเอง A: การรับประทานวิตามินบีรวม ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองสดหรือเหลืองเข้ม เพราะร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ในปริมาณจำกัด ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางไตซึ่งเป็นกระบวนการปกติ Source: rama.mahidol.ac.th, chiwamitra.com, praram9.comปัสสาวะสีเหลืองเข้มเกิดจากอะไร ควรทำอย่างไร ดูแลตัวเองเบื้องต้น
วิธีดูแลเมื่อปัสสาวะสีเข้ม
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปัสสาวะสีอะไรที่ถือว่าผิดปกติ
Q: 4 สัญญาณเตือนของโรคไตมีอะไรบ้าง?
Q: คนเป็นเบาหวานฉี่สีอะไร
Q: ตับอักเสบปัสสาวะสีอะไร
Q: ทำไมการรับประทานวิตามินทำให้ฉี่สีเหลืองเข้ม

