รวมการดูแลผู้สูงอายุฉบับเข้าใจง่าย ทั้งหลัก 11 อ. เสริมสุขภาพกายใจ และ 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุสำหรับลูกหลาน ที่ทำตามได้ทันที

หลัก 11 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ ให้สุขภาพกายใจสตรอง

22 ธันวาคม 2566
แชร์

แม้ร่างกายของผู้สูงวัยจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็จะเปลี่ยนแปลงมากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ผู้สูงวัยก็ยังสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้หากดูแลตัวเองดีทั้งกายและใจค่ะ #Certainty จึงอยากชวนผู้สูงวัยมาดูแลสุขภาพตามหลัก 11 อ. ที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีและมีคุณภาพ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างที่เคย โดยหลัก 11 อ. มีดังต่อไปนี้ และท้ายบทความยังมี 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุในมุมของลูกหลานแถมให้อีกด้วยค่ะ

หลัก 11 อ. ในการดูแลผู้สูงอายุ มีอะไรบ้าง?

หลัก 11 อ. ประกอบด้วย อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย อาทิตย์ อารมณ์ อบอุ่น อนามัย อดิเรก อุจจาระ-ปัสสาวะ อุบัติเหตุ และอนาคต โดยแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้

1. อาหาร

ควรลดปริมาณอาหารให้สัมพันธ์กับการใช้พลังงานจริง คือประมาณ 1,500 กิโลแคลอรีต่อวัน รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานผักผลไม้วันละ 5 จานเล็ก

2. อากาศ

การได้รับอากาศที่บริสุทธิ์เป็นเรื่องสำคัญ ช่วยฟอกเลือดให้บริสุทธิ์ และเลือดจะนำออกซิเจนไปส่งให้กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เพื่อให้เป็นพลังงาน อวัยวะจึงทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้อารมณ์แจ่มใส สุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว

3. ออกกำลังกาย

ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที (ตามแต่สภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละท่าน) โดยการออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายลงได้

4. (แสง)อาทิตย์

รับแดดอ่อนๆ ยามเช้า อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดี ช่วยชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้า เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน เสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เป็นต้น

5. อารมณ์

ควบคุมอารมณ์ การทำสมาธิ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และมีสติมากขึ้น รวมถึงการหัวเราะ เพราะเมื่อมีการยิ้มหรือหัวเราะ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมน "ความสุข" ที่เรียกว่า "เอ็นโดรฟิน" ออกมา ซึ่งสามารถช่วยลดอาการเจ็บปวดตามร่างกายได้

6. อบอุ่น

การเป็นบุคคลที่มีบุคลิกโอบอ้อม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้ความช่วยเหลือคนรอบข้างตามกำลังหรือตามสมควร เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน

7. อนามัย

สังเกตอาการผิดปกติของร่างกายและจิตใจอยู่เสมอ ถ้าสังเกตพบความผิดความปกติในระยะเริ่มต้น ก็จะสามารถรับการรักษาได้ทันท่วงที

8. อดิเรก

หางานดิเรกทำ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ หรือลดความหมกมุ่นในสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและคนอื่น ด้วยการมองหาสิ่งที่อยากลองทำหรือชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือ ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ร้องเพลง เต้นรำ หรือเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม เป็นต้น

9. อุจจาระ ปัสสาวะ

เรื่องของการขับถ่ายของผู้สูงอายุเป็นอีกสิ่งที่ต้องใส่ใจ ในบางรายอาจจะเกิดปัญหาถ่ายยาก ถ่ายลำบาก กลั้นการขับถ่ายไม่ได้ทั้งเรื่องของอุจจาระและปัสสาวะ ซึ่งแต่ละปัญหาจะต้องได้รับดูแลและแก้ไขอย่างเหมาะสมตามสาเหตุ ควรกินผักผลไม้เพื่อกระตุ้นเรื่องการขับถ่าย หรือหากมีปัญหาเรื่องปัสสาวะควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป ส่วนท่านที่กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ การใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบสวม ใส่สบาย ซึมซับดีเป็นตัวช่วย จะทำให้ท่านกล้าดื่มน้ำตามปกติและออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างมั่นใจขึ้นมากค่ะ

10. อุบัติเหตุ

ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายและเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ จึงควรระมัดระวังและลดโอกาสเสี่ยง เช่น สายตายาวควรใส่แว่นสายตา ดูแลสภาพบ้านเรือนให้ปลอดภัย มีแสงสว่างพอเหมาะ พื้นไม่ลื่น หรือติดตั้งราวจับในจุดที่เสี่ยงอุบัติเหตุ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น

11. อนาคต

ควรคิดถึงอนาคต ทั้งในเรื่องการเตรียมเงิน และที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นหลักประกันในการดำเนินชีวิต รวมถึงพยายามเข้าร่วมสังคมตามสมควร เพราะการมีเพื่อนรุ่นเดียวกันหรือต่างรุ่น จะทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกอบอุ่น และรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง

10 วิธีดูแลผู้สูงอายุ สำหรับลูกหลานและผู้ดูแล

หลัก 11 อ. คือแนวทางที่ผู้สูงวัยใช้ดูแลตัวเอง ส่วนพาร์ทนี้คือวิธีดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ให้สุขภาพดีทั้งกายใจในมุมของลูกหลานและผู้ดูแล ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของ โรงพยาบาลสมิติเวช ดังนี้


ผู้สูงวัยแต่ละบ้านก็อาจจะมีปัญหาด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไป ลูกหลานจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลให้เหมาะสมกับท่านด้วยนะคะ ซึ่งหากผู้สูงวัยที่รักของคุณมีปัญหาเรื่องปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะไหลซึม หรือกลั้นไม่อยู่ ให้ท่านสวมใส่กางเกงซึมซับเซอร์เทนตี้ที่สวมใส่ง่าย ซึมซับดี แห้งสบาย กระชับ สัมผัสนุ่ม เพื่อให้ท่านใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุข และพร้อมสำหรับการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ กับลูกหลานได้อย่างมีความสุข

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: การดูแลผู้สูงอายุ ควรเริ่มต้นจากอะไรก่อน?

A: เริ่มจากประเมิน 4 ด้านหลักของท่าน คือ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมในบ้าน และการเงิน-การวางแผนอนาคต แล้วใช้หลัก 11 อ. เป็นเช็กลิสต์ไล่ดูว่าด้านไหนยังขาด เพื่อวางแผนดูแลได้ตรงจุดที่สุด

Q: หลัก 11 อ. มีอะไรบ้าง จำง่าย ๆ?

A: ได้แก่ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย อาทิตย์ อารมณ์ อบอุ่น อนามัย อดิเรก อุจจาระ-ปัสสาวะ อุบัติเหตุ และอนาคต ครอบคลุมทั้งกาย ใจ สังคม และความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของผู้สูงวัยครบทุกมิติ

Q: 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุ ต่างจากหลัก 11 อ. อย่างไร?

A: หลัก 11 อ. เป็นแนวทางที่ผู้สูงวัยใช้ดูแลตัวเอง ส่วน 10 วิธีเป็นบทบาทของลูกหลานและผู้ดูแล เช่น จัดยา จัดบ้าน พาพบแพทย์ ทั้งสองส่วนจึงควรใช้ควบคู่กันเพื่อให้การดูแลครบทั้งสองฝั่ง

Q: ผู้สูงอายุควรได้รับพลังงานจากอาหารวันละเท่าไร?

A: โดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 กิโลแคลอรีต่อวัน เน้นอาหารครบ 5 หมู่และผักผลไม้วันละ 5 จานเล็ก ทั้งนี้ปรับเพิ่มลดได้ตามกิจกรรมและโรคประจำตัว โดยปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการประกอบ

Q: ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ต่างจากผู้สูงอายุทั่วไปอย่างไร?

A: ต้องเพิ่มการพลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ ดูแลการขับถ่ายด้วยผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทปที่เหมาะกับผู้ที่เคลื่อนไหวเองไม่ได้ ทำความสะอาดผิวและเปลี่ยนผ้าอ้อมสม่ำเสมอ รวมถึงจัดท่านั่งกินอาหารให้ปลอดภัยจากการสำลัก

Q: สัญญาณแบบไหนควรรีบพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์?

A: เช่น ซึมลงหรือสับสนผิดปกติ เบื่ออาหารจนน้ำหนักลดต่อเนื่อง หกล้มหรือศีรษะกระแทก ความจำถดถอยเร็วผิดสังเกต ปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติต่อเนื่อง และอาการเจ็บป่วยที่เป็นนานเกิน 1-2 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น


ขอบคุณข้อมูลจาก สสส., โรงพยาบาลสมิติเวช, CIMB THAI