




โรคเบาจืด โรคที่ร่างกายสูญเสียการควบคุมสมดุลของน้ำ ส่งผลทำให้ร่างกายของผู้ที่เป็นมีปัสสาวะออกมาในปริมาณที่มากกว่าปกติ หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมถึงหิวน้ำบ่อย ดื่มน้ำเท่าไรก็ไม่หายกระหาย แถมมีอาการปากแห้งคอแห้งฉี่บ่อยร่วมด้วย บทความนี้ #Certainty จะพาไปรู้จักโรคเบาจืดให้ชัด พร้อมวิธีแยกจากโรคเบาหวานที่ชื่อคล้ายกันค่ะ
โรคเบาจืด คือ โรคที่ร่างกายสูญเสียการควบคุมสมดุลของน้ำ จากความผิดปกติของฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (ADH) ที่ทำหน้าที่สั่งให้ไตดูดน้ำกลับ เมื่อฮอร์โมนนี้ขาดหรือไตไม่ตอบสนอง น้ำจึงถูกขับทิ้งเป็นปัสสาวะจำนวนมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำและกระหายน้ำตลอดเวลา เป็นโรคที่พบได้น้อยแต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากหากไม่ได้รับการรักษา
สัญญาณเตือนโรคเบาจืด ที่ไม่ควรมองข้าม มีดังนี้
ปัสสาวะบ่อยผิดปกติและมีปริมาณมาก โดยมักจะปัสสาวะมากกว่า 3 ลิตร/วัน ในบางรายอาจจะปัสสาวะได้มากถึง 10 ลิตร/วัน และลักษณะของสีปัสสาวะจะจางกว่าสีปกติ
กระหายน้ำและดื่มน้ำในปริมาณที่มากผิดปกติ
เวียนหัว หน้ามืด ปวดหัว
อ่อนเพลียง่าย ปากแห้ง คอแห้ง เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำ
เป็นตะคริวง่าย มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ตามข้อมูลของ Rama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จุดสังเกตเด่นคือปัสสาวะจะใสเหมือนน้ำเปล่าและออกมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ส่วนกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือบาดเจ็บบริเวณศีรษะ ผู้มีเนื้องอกต่อมใต้สมอง และผู้ใช้ยาลิเทียมหรือยาขับปัสสาวะบางชนิดต่อเนื่อง
อาการชุดนี้ไม่ได้เกิดจากโรคเบาจืดเสมอไป สาเหตุอื่นที่พบบ่อยได้แก่
ภาวะขาดน้ำธรรมดา จากดื่มน้ำน้อย อากาศร้อน หรือเสียเหงื่อมาก ดื่มน้ำชดเชยแล้วอาการจะดีขึ้น
โรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงดึงน้ำออกทางปัสสาวะ ทำให้ฉี่บ่อย คอแห้ง และกระหายน้ำคล้ายกันมาก
ผลข้างเคียงของยา เช่น ยาแก้แพ้ที่ทำให้ปากแห้ง หรือยาขับปัสสาวะที่ทำให้ฉี่บ่อย
วัยและพฤติกรรม ผู้สูงอายุผลิตน้ำลายลดลงตามวัย รวมถึงการนอนหายใจทางปากก็ทำให้ตื่นมาปากแห้งคอแห้งได้
หากอาการเป็นต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์ ฉี่กลางคืนหลายรอบ หรือน้ำหนักลดร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจระดับน้ำตาลและตรวจปัสสาวะหาสาเหตุที่แท้จริง
เกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือสมองส่วนไฮโปทาลามัส เช่น มีการติดเชื้อของเนื้องอกต่อมใต้สมอง การผ่าตัด หรือเกิดการบาดเจ็บในบริเวณของต่อมใต้สมอง ส่งผลทำให้ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก ที่ควบคุมการปัสสาวะได้ตามปกติ
เกิดความผิดปกติของระบบการทำงานของไต ส่งผลทำให้ไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก
แม้ชื่อจะคล้ายกันแต่สองโรคนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย วิธีแยกเบาจืดกับเบาหวาน ด้วยตัวเองเบื้องต้นให้ดูที่อาการเด่น
โรคเบาหวาน เกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง อาการคลาสสิกคืออาการหิวบ่อยฉี่บ่อย กินจุแต่น้ำหนักลด และปัสสาวะมีน้ำตาลปน ซึ่งเป็นเหตุที่มดขึ้นปัสสาวะตามความเชื่อโบราณ
โรคเบาจืด เกิดจากฮอร์โมน ADH ผิดปกติ อาการเด่นคือหิวน้ำบ่อยรุนแรง ปัสสาวะใสจืดเหมือนน้ำเปล่าปริมาณมาก ไม่มีน้ำตาลปน และน้ำตาลในเลือดปกติ
การชี้ขาดทำได้ด้วยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลาไม่นานและตอบได้ชัดเจนว่าเป็นโรคไหนกันแน่
ซึ่งท่านไหนที่มีปัญหาปัสสาวะบ่อยหรือปริมาณมากผิดปกติ จนบางครั้งอาจทำให้เข้าห้องน้ำไม่ทัน และเป็นกังวลกับการทำกิจกรรมนอกบ้าน อย่าให้ปัญหานี้มารบกวนการใช้ชีวิต ควรได้ตัวช่วยดีๆ อย่าง ‘กางเกงซึมซับ’เซอร์เทนตี้ ที่ผิวสัมผัสนุ่ม ไม่บาดผิว สวมง่าย ใส่สะดวก เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว และซึมซับปัสสาวะได้ดี และที่สำคัญ อย่าแก้ปัญหาฉี่บ่อยด้วยการงดดื่มน้ำเองเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้ที่สงสัยโรคเบาจืด เพราะร่างกายกำลังเสียน้ำมากกว่าปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษาที่ต้นเหตุค่ะ
A: สาเหตุที่พบได้มีตั้งแต่ภาวะขาดน้ำ โรคเบาหวาน ไปจนถึงโรคเบาจืด จุดสังเกตของเบาจืดคือกระหายน้ำรุนแรงร่วมกับปัสสาวะใสปริมาณมากกว่า 3 ลิตรต่อวัน หากเป็นลักษณะนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว
A: ถ้าหิวข้าวบ่อย กินจุ ฉี่บ่อย และน้ำหนักลด มักชี้ไปทางเบาหวาน แต่ถ้าเน้นหิวน้ำรุนแรงและฉี่ใสเหมือนน้ำเปล่าปริมาณมาก จะเข้าทางเบาจืดมากกว่า วิธีชี้ขาดที่แน่นอนคือเจาะตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและตรวจปัสสาวะ
A: เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก และแม้ส่วนใหญ่จะรักษาไม่หายขาด แต่ควบคุมอาการได้ดีด้วยยาฮอร์โมนทดแทนตามชนิดของโรค ภายใต้การดูแลของแพทย์ ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ อันตรายจริงคือการปล่อยไว้จนร่างกายขาดน้ำรุนแรง
A: ห้ามเด็ดขาด เพราะร่างกายกำลังขับน้ำทิ้งมากกว่าปกติอยู่แล้ว การงดน้ำจะยิ่งทำให้ขาดน้ำรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิต ผู้ป่วยเบาจืดต้องดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ ควบคู่กับการรักษาด้วยยาจากแพทย์
A: อันดับแรกควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ระหว่างนั้นสามารถใช้ตัวช่วยอย่างกางเกงซึมซับสำหรับคนปัสสาวะบ่อย ปริมาณมาก หรือแผ่นรองซับกันเปื้อนที่นอน เพื่อให้นอนหลับต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเปียกชื้นระหว่างคืน
ขอบคุณข้อมูลจาก Rama Channel, Allwell Healthcare, Medical News Today

