8 ท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุ ช่วยบริหารและฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรง พร้อมท่าบริหารกล้ามเนื้อขาผู้สูงอายุเพื่อการทรงตัวที่ดี

8 ท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุ เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูสุขภาพ

14 สิงหาคม 2569
แชร์

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบโครงสร้างร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกระดูกและกล้ามเนื้อที่จะเริ่มเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ในอัตรา 3-5% ในทุก ๆ 10 ปี ส่งผลให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง ขนาดของเส้นใยกล้ามเนื้อเล็กลง หากปล่อยไว้โดยไม่มีการกระตุ้น ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะกล้ามเนื้อพร่องและกระดูกเปราะบาง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและการบาดเจ็บรุนแรง การเลือกท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุที่ถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นการสร้างมวลกระดูก และฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกาย

ทำไมผู้สูงอายุต้องออกกำลังกาย และแบบไหนถึง "ดีต่อกระดูก"?

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน และช่วยให้ข้อต่อต่าง ๆ มีความยืดหยุ่น การออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อกระดูกจำเป็นต้องมีแรงกดดันที่พอเหมาะเพื่อกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ ทำให้สามารถรองรับน้ำหนักตัวและลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังและข้อเข่าในชีวิตประจำวันได้ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางสะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน และช่วยให้ข้อต่อต่าง ๆ มีความยืดหยุ่น การออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อกระดูกจำเป็นต้องมีแรงกดดันที่พอเหมาะเพื่อกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ ทำให้สามารถรองรับน้ำหนักตัวและลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังและข้อเข่าในชีวิตประจำวันได้ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางสะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์

การออกกำลังกายที่ดีต่อกระดูก ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

การจัดโปรแกรมออกกำลังกายสำหรับวัยเก๋า จะต้องประกอบไปด้วยเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อคือ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นกิจกรรมที่ต้านแรงโน้มถ่วงของโลก และต้องสามารถสร้างแรงกดที่เหมาะสมต่อกระดูกอย่างทั่วถึง

4 ประเภทการออกกำลังกายที่ควรทำให้ครบ

เตรียมตัวก่อนออกกำลังกายอย่างไรให้ ปลอดภัย?

เนื่องจากสภาพร่างกายของผู้สูงอายุมีความเปราะบางและมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน การเตรียมความพร้อมก่อนการเริ่มออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันอันตรายและอาการบาดเจ็บได้

ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมีปัญหากระดูกสันหลังและข้อเข่าเสื่อม จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน เพื่อกำหนดระดับความหนักและท่าทางที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดอาการบาดเจ็บ

การฝึกจากระดับเบาไปหาปานกลาง เคลื่อนไหวช้า ๆ ไม่หักโหม สวมใส่รองเท้าที่กระชับและไม่ลื่น เลือกสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก พื้นผิวเรียบไม่ลื่น และต้องทำการอบอุ่นร่างกายก่อนเริ่ม รวมถึง Cool-down ทุกครั้งหลังฝึกเสร็จ

8 ท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุ เสริมความแข็งแรงกระดูก (ทำเองได้ที่บ้าน)

ท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ทำได้ง่าย มีความปลอดภัย และใช้น้ำหนักตัวหรืออุปกรณ์รอบตัวในการสร้างแรงต้านที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อได้

1. ยืนย่ำเท้า

ประโยชน์ของท่านี้ ช่วยเพิ่มความมั่นคงของข้อต่อสะโพกและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณส่วนล่างของร่างกาย

2. งอศอก

ประโยชน์ของท่านี้ เสริมสร้างกำลังและความหนาแน่นของกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขนด้านหน้า

3. ยกแขนสูงระดับไหล่

ประโยชน์ของท่านี้ เพิ่มความแข็งแรงให้กับกลุ่มกล้ามเนื้อรอบข้อต่อหัวไหล่ และช่วยเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของแขน

4. ยืนพับขาไปด้านหลัง

ประโยชน์ของท่านี้ เน้นการสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings) ซึ่งมีความสำคัญต่อจังหวะการก้าวเดิน

5. ยืนกางขา

ประโยชน์ของท่านี้ พัฒนากล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทรงตัวขณะยืนและเดิน

6. ยืนย่อเข่า

ประโยชน์ของท่านี้ เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและสะโพก

7. นั่งทรงตัวบนลูกบอลหรือหมอนนิ่ม

ประโยชน์ของท่านี้ กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและช่วยเรื่องการทรงตัว

*หมายเหตุ: การฝึกท่านี้ในระยะแรกควรมีผู้ดูแลยืนอยู่ใกล้ ๆ เพื่อป้องกันการเอียงล้ม

8. ยืนขาเดียว

ประโยชน์ของท่านี้ ถือเป็นท่าฝึกสมดุลและการทรงตัวที่ให้ผลดีที่สุดในการลดความเสี่ยงจากการพลัดตกหกล้ม

6 ท่าบริหารกล้ามเนื้อขาผู้สูงอายุที่นักกายภาพแนะนำ มีอะไรบ้าง?

กล้ามเนื้อรยางค์ล่าง คือกล้ามเนื้อบริเวณขาทั้งหมด ตั้งแต่สะโพก ต้นขา น่อง และเท้า เป็นบริเวณที่แข็งแรง ถือเป็นส่วนที่เป็นรากฐานสำคัญของการเคลื่อนไหว ท่าบริหารกล้ามเนื้อขาผู้สูงอายุต่อไปนี้เน้นไปที่การเพิ่มแรงเหยียดและแรงงอของข้อต่อส่วนล่าง ช่วยลดปัญหาการเดินเซและก้าวขาไม่ออก


ท่างอสะโพก (Hip Flexion)

ประโยชน์ของท่านี้ เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อยกสะโพก ทำให้ยกขาเดินข้ามสิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น


ท่าเหยียดสะโพก (Hip Extension)

ประโยชน์ของท่านี้ เสริมความแข็งแกร่งกล้ามเนื้อสะโพกและก้น ช่วยเพิ่มแรงส่งขณะเดินและช่วยให้ลุกยืนได้ง่ายขึ้น


ท่าเหยียดขาไปด้านข้าง (Side Leg Raise)

ประโยชน์ของท่านี้ สร้างความมั่นคงแก่ข้อต่อสะโพก ป้องกันการเดินโยกเยกซ้ายขวา


ท่างอเข่า (Knee Flexion)

ประโยชน์ของท่านี้ เพิ่มความยืดหยุ่นและการทำงานของข้อเข่า ช่วยให้จังหวะการก้าวเดินพ้นจากพื้นได้ดี ไม่สะดุดล้ม


ท่าเขย่งฝ่าเท้า (Plantar Flexion)

ประโยชน์ของท่านี้ เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อน่องและข้อเท้า ช่วยเพิ่มความสามารถในการดีดตัวและรับแรงกระแทกจากการเดิน


ท่าเหยียดเข่า (Knee Extension)

ประโยชน์ของท่านี้ เน้นการสร้างกำลังกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps) ซึ่งเป็นมวลกล้ามเนื้อหลักในการพยุงข้อเข่าและรับน้ำหนักตัว

ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง? และพร้อมวิธีถนอมกระดูกสันหลัง

ท่าออกกำลังกายบางท่าสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างร่างกาย จึงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย

ท่าที่เสี่ยงกระดูกหักและหกล้มมีอะไรบ้าง?

ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การกระโดดเชือก การวิ่งเร็ว การปีนป่าย หรือการออกกำลังกายที่ต้องเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน รวมถึงท่าที่ต้องก้มลำตัวไปข้างหน้าเพื่อซิทอัพหรือการบิดหมุนแกนลำตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การสวิงกอล์ฟ เนื่องจากท่าเหล่านี้เพิ่มแรงเค้นบนกระดูกสันหลังอย่างรุนแรง เสี่ยงต่อภาวะกระดูกสันหลังยุบตัวหรือหักในผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน

เทคนิคถนอมกระดูกสันหลังในชีวิตประจำวัน

เมื่อต้องการหยิบสิ่งของจากพื้นหรือก้มใส่รองเท้า ไม่ควรใช้วิธีก้มโค้งลำตัวลงไปตรง ๆ แต่เปลี่ยนมาใช้วิธีงอข้อสะโพก ย่อหัวเข่าลงช้า ๆ และให้แผ่นหลังตรงอยู่เสมอ ในเวลาที่ต้องการเหลียวมองหรือหยิบของด้านข้าง ให้ใช้วิธีหมุนก้าวเท้าเปลี่ยนทิศทางไปทั้งตัว ไม่บิดหมุนเฉพาะส่วนบนของลำตัวเพื่อลดแรงบิดตัวของแนวกระดูกสันหลัง

ออกกำลังกายอย่างมั่นใจ แม้มีภาวะปัสสาวะเล็ด

ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในวัยสูงอายุ ไม่ควรเป็นอุปสรรคในการออกกำลังกาย นอกจากการปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติและการเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมแล้ว การเลือกใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกงอย่างเซอร์เทนตี้ (Certainty) ขณะออกกำลังกายถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและไร้ความกังวล

ทำไมการขยับตัวทำให้ปัสสาวะเล็ด และรับมืออย่างไร

การออกแรงหรือการเคลื่อนไหวร่างกายบางท่าจะเข้าไปเพิ่มความดันภายในช่องท้อง ส่งผลให้มีแรงกดลงบนกระเพาะปัสสาวะ จนเกิดอาการปัสสาวะเล็ดออกมาโดยไม่ตั้งใจ การรับมือทำได้โดยการฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของหูรูด ควรงดการดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ ก่อนเริ่มออกกำลังกายประมาณ 1 ชั่วโมง ขับถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเริ่มฝึก หรือเลือกใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกงที่กระชับ เคลื่อนไหวคล่องตัว และที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อช่วยซับความชื้นและเพิ่มความมั่นใจตลอดการทำกิจกรรม


เมื่ออายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ของร่างกายก็จะเสื่อมสภาพลง โดยเฉพาะกระดูกและกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายวันละ 30 นาที ด้วยท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุที่ถูกต้องสม่ำเสมอ 3-5 วันต่อสัปดาห์ สะสมให้ได้อย่างน้อย 150 นาที จะช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงมั่นคง มีกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรงพอในการพึ่งพาตนเอง ทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นอิสระ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนใครที่ยังกังวลเรื่องปัสสาวะเล็ดระหว่างขยับตัว ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง Certainty ก็เป็นตัวช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจในทุกวัน

 คำถามที่พบบ่อย

Q: ท่าออกกำลังกายผู้สูงอายุข้อเข่าเสื่อมต้องระวังอะไร

A: ต้องระวังท่าฝึกที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การกระโดดหรือวิ่ง และหลีกเลี่ยงการงอเข่าเกิน 90 องศา เช่น ท่าสควอทที่ลึกเกินไป เพราะจะเพิ่มแรงกดทับที่ข้อต่อโดยตรง ควรเน้นการเคลื่อนไหวช้า ๆ ที่นุ่มนวลแทน

Q: ผู้สูงอายุออกกำลังกายอย่างไรจึงเหมาะสม

ควรเลือกกิจกรรมระดับปานกลางที่ไม่มีแรงกระแทกข้อต่อ เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือว่ายน้ำ ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาที รวมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการฝึกสร้างความแข็งแรงและการทรงตัว

Q: เครื่องออกกำลังกายขาสำหรับผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง?

เครื่องมือที่ปลอดภัยมีด้วยกันหลายแบบ แต่ควรเน้นเครื่องออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น Recumbent Bike ที่ช่วยลดแรงกดข้อเข่า ลู่วิ่งลดแรงกระแทก ยางยืดออกกำลังกาย และเครื่องบริหารกล้ามเนื้อขาเฉพาะส่วน ซึ่งสามารถควบคุมแรงต้านได้ง่ายและไม่เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม

Q: ผู้สูงอายุควรเดินวันละกี่นาที

ผู้สูงอายุควรเริ่มต้นเดินอย่างต่อเนื่องวันละ 10-15 นาทีในระยะแรก เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว ให้เพิ่มเวลาเป็นวันละ 30-45 นาที สะสมให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอในการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและฟื้นฟูร่างกาย

Q: ทำไมต้องออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะลดลงตามธรรมชาติ การฝึกเพิ่มกล้ามเนื้อช่วยให้เรามีแรงพยุงข้อต่อ โครงสร้างร่างกายมั่นคง และทรงตัวได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม และช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นอิสระ


Source: samitivejhospitals.com, ntkgoodhealth.com, morelifehealth.com, manarom.com, multimedia.anamai.moph.go.th