ไขความเชื่อผมหงอกยิ่งถอนยิ่งขึ้นจริงไหม พร้อม 3 เหตุผลที่แพทย์ไม่แนะนำให้ถอนผมหงอก สาเหตุของผมหงอก และวิธีดูแลที่ถูกต้อง

ผมหงอกยิ่งถอนยิ่งขึ้นจริงไหม? 3 เหตุผล ทำไมไม่ควรถอนผมหงอก

15 กันยายน 2563
แชร์

รู้หรือเปล่าคะว่า การถอนผมหงอก นอกจากจะเป็นกิจกรรมเปล่าประโยชน์ที่ทำให้เสียเวลาไปเฉยๆ แล้ว ยังอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้ ดังข้อมูลที่เรานำมาฝากกันตามนี้เลยค่ะ

ส่วนวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ถ้าไม่อยากมีผมหงอกก่อนวัยอันควร หรือเพิ่มจำนวนผมหงอกมากขึ้นล่ะก็ แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดเกินไป ใส่ใจอาหารการกินมากขึ้น เลือกกินของที่มีประโยชน์ และงดเหล้างดบุหรี่ นั่นเองค่ะ


ทำไมไม่ควรถอนผมหงอก? 3 เหตุผลสำคัญ

เหตุผลที่ไม่ควรถอนสรุปสั้น ๆ คือ เสี่ยงผมคุดอักเสบ เสี่ยงผมบางถาวร และถอนไปก็ไม่ได้ทำให้ผมดำกลับมา ดังรายละเอียดนี้


1. ผมคุด

การถอนเส้นผมจากผิวอย่างรวดเร็ว จะไปรบกวนทำให้ผิวแตก เกิดขนคุด และเกิดการระคายเคือง จนถึงผิวอักเสบได้

2. ผมบาง

หากถอน ดึง หรือกระชากผมหงอกบ่อยๆ ถือเป็นการทำร้ายหนังศีรษะ ที่อาจทำให้ผมบาง ยาวช้า หรือไม่มีผมงอกขึ้นมาอีกเลย เพราะรากผมแต่ละรากรองรับการหลุดร่วงได้จำกัดเพียงราว 20 รอบตลอดชีวิต ถอนบ่อยจึงเท่ากับเร่งใช้โควตาจนเสี่ยงหัวล้านเป็นหย่อมถาวร

3. ผมหงอกเหมือนเดิม

ใช่ว่าถอนผมหงอกออกไปแล้ว ผมที่ขึ้นมาใหม่จะเป็นสีดำ! เนื่องจากเซลล์เม็ดสีในรากผมได้ตายไปแล้ว ทำให้ผมที่งอกขึ้นมาใหม่ ก็ยังคงเป็นผมหงอกเหมือนเดิมนั่นเอง


ผมหงอกยิ่งถอนยิ่งขึ้นจริงไหม?

คำตอบคือ ไม่จริง การถอนผมหงอกหนึ่งเส้นไม่ได้ทำให้ผมหงอกงอกเพิ่มขึ้นหลายเส้นตามความเชื่อโบราณ เพราะรูขุมขนแต่ละรูมีเส้นผมของตัวเองและเป็นอิสระต่อกัน การถอนเส้นหนึ่งจึงไม่ได้ไปกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีของรูข้างเคียงเสื่อมตาม เหตุที่หลายคนรู้สึกว่ายิ่งถอนยิ่งเยอะ แท้จริงคือเมลาโนไซต์ในรูอื่น ๆ กำลังทยอยเสื่อมไปตามวัยอยู่แล้วต่างหาก อย่างไรก็ตามแม้จะไม่เพิ่ม แต่ก็ไม่ควรถอนอยู่ดี เพราะโทษที่แท้จริงคือผมบางและหนังศีรษะอักเสบตาม 3 เหตุผลข้างต้นนั่นเอง

ผมหงอกเกิดจากอะไร?

ผมหงอกเกิดจากเซลล์เม็ดสีเมลาโนไซต์ในรากผมผลิตเม็ดสีเมลานินลดลงหรือหยุดทำงาน เส้นผมที่งอกใหม่จึงไม่มีสี ตามข้อมูลของ Rama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีทั้งอายุที่มากขึ้นซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ กรรมพันธุ์ที่กำหนดว่าจะมีผมหงอกก่อนวัย เกิดจากอะไร ป้องกันได้ไหมก็ต้องดูข้อนี้เป็นหลัก รวมถึงความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย การสูบบุหรี่ การขาดสารอาหารอย่างโปรตีน วิตามินบี 12 และทองแดง ตลอดจนโรคบางอย่าง เช่น ไทรอยด์ผิดปกติหรือโรคด่างขาว ที่ทำให้หงอกเร็วหรือหงอกเป็นหย่อมผิดปกติ

เริ่มมีผมหงอกแล้ว ดูแลอย่างไรดี?

ทางที่ถูกคือวิธีดูแลผมหงอก อย่างถูกวิธี ไม่ทำร้ายหนังศีรษะ ตามนี้


ผมหงอกยิ่งถอนยิ่งขึ้นเป็นเพียงความเชื่อ แต่การถอนผมหงอกก็ไม่ควรทำอยู่ดี เพราะได้ไม่คุ้มเสียทั้งผมคุด ผมบาง และผมใหม่ก็ยังหงอกเหมือนเดิม ทางที่ดีคือเล็ม ย้อม และบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ผมหงอกคือธรรมชาติของวัยที่ดูแลได้ เช่นเดียวกับเรื่องปัสสาวะเล็ดของผู้สูงวัยที่ไม่ต้องปล่อยให้กวนใจ เพราะมีกางเกงซึมซับ Certainty บางเบาใส่สบายเหมือนกางเกงชั้นใน เป็นตัวช่วยให้ใช้ชีวิตทุกวันได้อย่างมั่นใจค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ถอนผมหงอกอันตรายไหม เสี่ยงอะไรบ้าง?

A: เสี่ยงมากกว่าที่คิด ทั้งผมคุดและหนังศีรษะอักเสบจากการกระชากเส้นผม และถ้าถอนซ้ำที่เดิมบ่อย ๆ รากผมจะเสื่อมจนผมบางหรือไม่งอกขึ้นมาอีกเลย จึงควรเล็มชิดโคนแทนหากรำคาญ

Q: ถอนผมหงอก 1 เส้น จะขึ้นเพิ่มมาหลายเส้นจริงไหม?

A: ไม่จริง หนึ่งรูขุมขนสร้างผมได้ทีละหนึ่งเส้น การถอนจึงไม่ทำให้งอกเพิ่มเป็นหลายเส้น และไม่ลามไปรูข้างเคียง ที่เห็นหงอกเยอะขึ้นคือเส้นอื่นทยอยหงอกตามวัยของมันเอง

Q: ผมหงอกก่อนวัย ทำให้กลับมาดำได้ไหม?

A: ถ้าเกิดจากสาเหตุที่แก้ได้ เช่น ขาดสารอาหาร เครียดจัด หรือโรคไทรอยด์ เมื่อรักษาต้นเหตุแล้วผมใหม่บางส่วนอาจกลับมามีสีได้ แต่ถ้าเกิดจากกรรมพันธุ์หรือความเสื่อมตามวัย จะย้อนกลับไม่ได้ ทำได้เพียงชะลอและย้อมปิด

Q: ย้อมผมปิดหงอกบ่อย ๆ อันตรายไหม?

A: ใช้ได้อย่างปลอดภัยถ้าเลือกสูตรอ่อนโยน ทดสอบการแพ้ที่ท้องแขนหรือหลังหูก่อนใช้ 48 ชั่วโมง เว้นระยะการย้อมแต่ละครั้งอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการย้อมทับเมื่อหนังศีรษะมีแผลหรือระคายเคือง

Q: กินอะไรช่วยชะลอผมหงอกได้บ้าง?

A: เน้นอาหารบำรุงเส้นผม ชะลอผมหงอก อย่างโปรตีนจากไข่และปลา วิตามินบี 12 จากตับและนม ทองแดงและสังกะสีจากถั่ว งาดำ และผักใบเขียว ซึ่งช่วยชะลอเฉพาะกรณีที่หงอกจากการขาดสารอาหาร ส่วนหงอกตามวัยเป็นเรื่องธรรมชาติ

Q: ผมหงอกเป็นหย่อมหรือหงอกเร็วผิดปกติ ควรพบแพทย์ไหม?

A: ควร โดยเฉพาะเมื่อหงอกเป็นหย่อมชัดเจน หงอกเกือบทั้งหัวตั้งแต่อายุน้อย หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ผิวด่างขาว น้ำหนักเปลี่ยน ใจสั่น เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคด่างขาวหรือไทรอยด์ที่ควรตรวจโดยแพทย์ผิวหนัง


ขอบคุณข้อมูลจาก http://health.sanook.com, Thaihealth.or.th